แม้ว่ากติกาพื้นฐานของบาคาร่าคือการนับแต้มให้ใกล้เคียง 9 มากที่สุด แต่ในปัจจุบันคาสิโนออนไลน์ได้พัฒนาและดัดแปลงรูปแบบเกมให้มีความหลากหลาย เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นและตอบโจทย์สไตล์การเล่นที่ต่างกันไป นี่คือ 5 ประเภทของเกมบาคาร่ายอดฮิตที่คุณควรรู้จักดังนี้

1 บาคาร่าแบบดั้งเดิม (Classic Baccarat / Punto Banco)
นี่คือรูปแบบมาตรฐานสากลที่คุณจะพบได้ในทุกคาสิโน เป็นพื้นฐานที่ผู้เล่นทุกคนต้องเริ่มต้น
- รูปแบบการจ่าย หากแทงฝั่งผู้เล่น (Player) ชนะ จ่าย 1:1 แต่หากแทงฝั่งเจ้ามือ (Banker) ชนะ จะถูกหัก ค่าต๋งหรือค่าธรรมเนียม 5% (จ่าย 0.95:1)
- เหมาะกับผู้เล่นทุกคน โดยเฉพาะมือใหม่ที่ต้องการทำความเข้าใจกติกาพื้นฐานของเกม
2 บาคาร่าแบบไม่มีค่าต๋ง (No Commission Baccarat)
รูปแบบนี้ถูกสร้างมาเพื่อแก้ความหงุดหงิดของคนที่ไม่อยากถูกหักเงิน 5% เวลากดแทงฝั่งเจ้ามือ
- รูปแบบการจ่าย หากแทงฝั่งเจ้ามือชนะ จะจ่ายเต็ม 1:1 ทันที ยกเว้นกรณีเดียวคือหากเจ้ามือชนะด้วยแต้ม 6 จะจ่ายแค่ครึ่งเดียว (0.5:1) เช่น แทง 100 ได้กำไร 50 บาท (บางคาสิโนจะเรียกรูปแบบนี้ว่า Super 6)
- เหมาะกับคนที่ชอบแทงฝั่งเจ้ามือเป็นหลัก และไม่อยากมานั่งคำนวณเศษเงินเวลาได้กำไร
3 บาคาร่าสายฟ้า (Lightning Baccarat)
เป็นเกมบาคาร่ารูปแบบใหม่ที่ผสมผสานระบบสุ่มรางวัล (Multiplier) เข้ามา ทำให้บาคาร่ามีกลิ่นอายของเกมสล็อตที่ลุ้นแจ็คพอตได้
- รูปแบบการเล่น ก่อนเริ่มเกมระบบจะสุ่มการ์ดสายฟ้า 1-5 ใบ พร้อมตัวคูณ (เช่น x2, x3, x4, x5, x8) หากคุณชนะด้วยไพ่ที่ตรงกับการ์ดสายฟ้าเงินรางวัลจะถูกคูณทวีคูณ (สูงสุดอาจได้ถึงหลักร้อยเท่าตัว)
- ข้อจำกัด คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 20% ของเงินเดิมพันทุกครั้งที่ลงเล่น (เช่น แทง 100 ต้องจ่าย 120 บาท) เพื่อแลกกับโอกาสลุ้นตัวคูณ
- เหมาะกับคนที่ชอบความตื่นเต้น ทุนหนา และหวังกำไรก้อนโตก้าวกระโดด
4 สปีดบาคาร่า (Speed Baccarat)
เกมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่รู้สึกว่าการรอดีลเลอร์ค่อย ๆ แจกไพ่และเปิดไพ่มันช้าเกินไป
- รูปแบบการเล่น ตัดพิธีรีตองออกทั้งหมด เวลาในการตัดสินใจวางเดิมพันและเปิดไพ่จะถูกร่นลงเหลือเพียง 10-15 วินาทีต่อตา (จากปกติประมาณ 40 วินาที) ทำให้ 1 ชั่วโมงคุณสามารถเล่นได้หลายสิบตา
- เหมาะกับคนใจร้อน มีสมาธิสูง และต้องการทำรอบให้ไว (มักจะเป็นกลุ่มที่ใช้สูตรเดินเงินและต้องการเก็บเป้าหมายให้เร็วที่สุด)
5 บาคาร่าบีบไพ่ (Baccarat Squeeze / Control Squeeze)
การลุ้นไพ่ คือมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของบาคาร่า รูปแบบนี้จึงเกิดมาเพื่อตอบสนองคนที่ชอบลุ้นโดยเฉพาะ
- รูปแบบการเล่น ดีลเลอร์จะไม่ได้หงายไพ่ขึ้นมาทันที แต่จะใช้วิธีบีบหรือค่อย ๆ แง้มไพ่ (Squeeze) จากด้านข้างหรือด้านบนให้เราลุ้นขอบไพ่ หรือในรูปแบบ Control Squeeze ผู้เล่นจะสามารถใช้เมาส์หรือนิ้วถูที่หน้าจอเพื่อจำลองการเปิดไพ่ด้วยตัวเองได้
- เหมาะกับคนที่ชอบซึมซับบรรยากาศ ชอบความลุ้นระทึกแบบคาสิโนจริง และมีเวลาเล่นแบบไม่เร่งรีบ
วิธีการเล่นบาคาร่าออนไลน์
กติกาพื้นฐานจะคล้ายกับไพ่ป๊อกเด้งของบ้านเราเลย โดยคุณไม่ได้เป็นคนถือไพ่เอง แต่จะทำหน้าที่เป็นผู้ชมที่วางเดิมพันว่าฝั่งไหนจะเป็นผู้ชนะ เป้าหมายของเกมคือทายว่าฝั่งไหนจะได้แต้มรวมใกล้เคียง 9 มากที่สุด
วิธีนับแต้มไพ่ การนับแต้มจะเอาตัวเลขบนหน้าไพ่มาบวกกัน โดยจะดูแค่หลักหน่วยเท่านั้น
- A (เอซ) = 1 แต้ม
- 2 ถึง 9 = มีแต้มตามหน้าไพ่
- 10, J, Q, K = 0 แต้ม
ตัวอย่าง ฝั่งเจ้ามือได้ไพ่ 7 กับ 8 (7+8 = 15) เท่ากับว่าฝั่งเจ้ามือมีแต้มคือ 5 แต้ม
รูปแบบการวางเดิมพันและอัตราจ่าย ใน 1 ตาคุณสามารถเลือกแทงฝั่งไหนก็ได้ (ส่วนใหญ่จะแทง 1 ใน 3 ช่องหลักนี้)
- Player (สีน้ำเงิน) ทายว่าฝั่งผู้เล่นชนะ อัตราจ่าย 1:1 (แทง 100 ได้กำไร 100)
- Banker (สีแดง) ทายว่าฝั่งเจ้ามือชนะ อัตราจ่าย 0.95:1 (แทง 100 ได้กำไร 95 โดนหัก 5%)
- Tie (สีเขียว) ทายว่าทั้งสองฝั่งแต้มเสมอกัน อัตราจ่าย 8:1 (แทง 100 ได้กำไร 800)