สูตรเดินเงินในบาคาร่า คือวิธีปรับจำนวนเงินเดิมพันตามผลแพ้/ชนะ ไม่ใช่สูตรที่ทำนายว่าไม้ต่อไปจะออก Banker หรือ Player ได้แน่นอน การใช้สูตรเดินเงิน (Money Management) เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้นักเล่นบาคาร่าหลายคนสามารถทำกำไรหรือเอาตัวรอดในระยะยาวได้ เนื่องจากบาคาร่าเป็นเกมที่มีโอกาสชนะใกล้เคียง 50/50 การวางแผนว่าในแต่ละตาจะลงเงินเท่าไหร่จึงสำคัญไม่แพ้การเดาว่าฝั่งไหนจะชนะ และนี่คือสูตรเดินเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงระดับเซียนมีดังนี้

1 สูตรแทงทบเมื่อเสีย (Martingale)
เป็นสูตรที่คลาสสิกและคนนิยมใช้มากที่สุด หลักการคือเสียเท่าไหร่ให้แทงทบเป็น 2 เท่าในตาต่อไป เพื่อเรียกทุนที่เสียไปกลับมาพร้อมกำไร 1 หน่วยเสมอ
- วิธีการเดินเงิน 1 > 2 > 4 > 8 > 16 > 32
- ตัวอย่าง ตาแรกลง 100 บาท ถ้าเสียตาต่อไปลง 200 บาท ถ้าเสียอีก ลง 400 บาท… หากตาที่ลง 400 บาทชนะ คุณจะได้เงิน 800 บาท (หักทุน 100+200+400 = 700 บาท เท่ากับได้กำไร 100 บาท) จากนั้นให้กลับไปเริ่มที่ 100 บาทใหม่
- ข้อดี ถ้าไม่ดวงตกแพ้ติดกันหลายๆ ตา โอกาสขาดทุนแทบไม่มี ชนะแค่ครั้งเดียวได้ทุนคืนทั้งหมด
- ข้อควรระวัง ต้องใช้ทุนหนามาก และโต๊ะบาคาร่ามักจะมีลิมิตสูงสุด (Max Bet) หากคุณแทงทบไปเรื่อย ๆ จนชนเพดานลิมิตของโต๊ะ คุณจะไม่สามารถทบทวงทุนคืนได้
2 สูตรแทงทบเมื่อชนะ (Paroli / Anti-Martingale)
สูตรนี้ตรงข้ามกับมาติงเกล คือเราจะแทงทบเฉพาะตอนที่ชนะติดกัน และเมื่อถึงเป้าที่กำหนดให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ ส่วนถ้าเสียก็แทงเท่าเดิม
- วิธีการเดินเงิน 1 > 2 > 4 (นิยมตั้งเป้าไว้ที่ 3 หรือ 4 ตาติด)
- ตัวอย่าง ตาแรกลง 100 แล้วชนะ ตาต่อไปนำกำไรมาทบเป็น 200 ถ้าชนะอีกทบเป็น 400 ถ้าชนะรอบนี้ให้หยุดทบ แล้วกลับไปเริ่มที่ 100 บาทใหม่ (กำไรเน้น ๆ 700 บาท) แต่ถ้าเสียตาไหนก็ตามให้กลับไปเริ่มที่ 100 บาท
- ข้อดี ความเสี่ยงต่ำมาก เพราะการแทงทบคือการเอากำไรมาเล่น ทุนเดิมของเราเสียเต็มที่ก็แค่ตาละ 1 หน่วย
- ข้อควรระวัง ต้องรอให้เกิดจังหวะไพ่มังกร (ชนะติดกันยาว ๆ) ถึงจะเห็นกำไรเป็นกอบเป็นกำ
3 สูตรเดินเงิน 1-3-2-4
เป็นสูตรยอดฮิตในต่างประเทศ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงและปกป้องกำไรอย่างเป็นระบบ
- วิธีการเดินเงิน ลงเงินตามลำดับ 1 > 3 > 2 > 4 โดยมีเงื่อนไขคือต้องชนะเท่านั้นถึงจะเลื่อนไปขั้นต่อไป หากแพ้ในขั้นไหนก็ตาม ให้กลับมาเริ่มที่ 1 ใหม่
- ตัวอย่าง (สมมติหน่วยละ 100)
- ตาที่ 1 ลง 100 (ถ้าแพ้ กลับไปเริ่ม 100)
- ถ้าตาที่ 1 ชนะ ตาที่ 2 ลง 300 (ถ้าแพ้รอบนี้ คุณจะเสียแค่ 200 จากทุน)
- ถ้าตาที่ 2 ชนะ ตาที่ 3 ลง 200 (ถึงจุดนี้ การันตีกำไรแล้ว 200 บาท ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น)
- ถ้าตาที่ 3 ชนะ ตาที่ 4 ลง 400
- ถ้าชนะครบ 4 ตา คุณจะได้กำไรรวม 1,000 บาท แล้วกลับไปเริ่มรอบใหม่
- ข้อดี ปลอดภัยสูงมาก หากผ่านสองตาแรกไปได้ คุณจะไม่มีทางขาดทุนในรอบนั้นเลย
4 สูตรฟีโบนัชชี (Fibonacci)
ดัดแปลงมาจากลำดับตัวเลขทางคณิตศาสตร์ เหมาะสำหรับคนที่อยากทบทวงทุนแต่ไม่อยากเสี่ยงสูงเท่ามาติงเกล
- ลำดับตัวเลข 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21… (ตัวเลขถัดไปคือผลบวกของ 2 ตัวก่อนหน้า)
- หลักการ เมื่อเสียให้เดินหน้า 1 ขั้น เมื่อชนะให้ถอยหลัง 2 ขั้น
- ตัวอย่าง ลง 100 > เสีย (ขยับไปลง 100) > เสีย (ลง 200) > เสีย (ลง 300) > เสีย (ลง 500) > ชนะ (ตาต่อไปให้ถอยหลัง 2 ขั้น กลับไปลงที่ 200)
- ข้อดี เงินทุนไม่บานปลายเร็วเหมือนมาติงเกล ทนทานต่อช่วงที่เสียติดกันหลายตาได้ดีกว่า
5 สูตรเดินเงินเสมอตัว (Flat Betting)
คือการแทงด้วยจำนวนเงินเท่าเดิมทุกตา ไม่ว่าจะได้หรือเสีย
- ข้อดี จัดการเงินง่ายที่สุด ไม่เครียดไม่ต้องจำลำดับตัวเลข เหมาะสำหรับคนที่อ่านเค้าไพ่แม่นยำ